“เธอเป็นหนี้เราด้วยรึ” ผมถามเบาๆหลังจากจับตาดูเธออยู่ชั่วครู่“ว่าไงนะครับ”“กูถามมึงว่าเธอเป็นหนี้เรารึไง” ผมตวาด“เปล่า..เปล่าครับ เห็นพี่แอ๊คบอกว่า ไปเจอเดินอยู่ในห้าง พี่แอ๊ดเค้าเห็นสวยเลยจัดการมอมยา แล้วพามากับเด็กล็อทนี้เลย”นั่นไง..ผมว่าแล้ว คนระดับนี้ไม่มีทางจะเป็นหนี้พวกเราหรอก… ครอบครัวเธอมีเงินมากมาย.. มากจนกินใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดจะมาเป็นหนี้เราได้ยังไง…“เอาตัวเธอไปห้องเชือด แล้วมึงพาอีพวกที่เหลือไป” ผมสั่งแล้วเดินกลับห้องห้องเชือดที่ผมว่า เป็นห้องนอนที่อยู่ติดกับห้องส่วนตัวของผม ห้องนี้ออกแบบเป็นพิเศษ ผนังด้านหนึ่ง ติดตั้งกระจกเป็นแนวยาวไปเกือบตลอดผนัง เว้นที่เฉพาะตรงประตูที่เปิดเชื่อมเข้าหาห้องผม กระจกนั้นสูงเกือบชนเพดาน ด้านล่างต่ำลงอยู่เหนือพื้นเพียงหนึ่งฟุต เป็นกระจกที่มองเห็นได้ด้านเดียวจากห้องผม ส่วนห้องนั้นมองออกมาจะเห็นเป็นกระจกเงาธรรมดา ผมจะใช้ห้องนี้เป็นห้องสำหรับเชือดเด็กใหม่ที่ผมติดใจ เพราะมันสะดวก อยากฟันก็เปิดเข้าไปฟัน ไม่อยากฟันก็นั่งทำงานไป แอบดูกิจกรรมส่วนตัวของพวกหล่อนไป ซึ่งจะได้เห็นพฤติกรรมแปลกๆ บางทีก็น่าขันเพราะคนที่อยู่ในห้องนั้นไม่รู้ว่ากระจกนั้นเป็นกระจกด้านเดียวนั่นเองผมจัดการรูดม่านที่บังกระจกออก จากนั้นก็มานั่งบนสตูลหันไปหากระจกนั้น จับตามองด้วยใจเต้นระทึก…ชั่วครู่ไอ้ต้อมก็เปิดประตูพาเธอเข้ามาห้อง“คุณจับตัวชั้นมาทำไม… จะทำอะไร” เธอถามเสียงสั่นๆ สีหน้าท่าทางบอกถึงความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ผมได้ยินเสียงเธออย่างชัดเจนเพราะในห้องเชือด ติดไมโครโฟนตัวเล็กไว้ แต่คนในห้องนั้นจะไม่มีทางได้ยินเสียงในห้องนี้เลยเพราะเป็นห้องเก็บเสียง“อยู่เฉยๆเถอะ เดี๋ยวก็รู้” ไอ้ต้อมพูด “ไปนั่งบนเตียง” มันสั่งเธอเดินไปนั่งบนเตียงอย่างว่าง่าย ไอ้ต้อมมันมองหน้าเธออยู่ชั่วครู่ก็เดินออกไปผมจับตามองเธอตลอด ไม่มีแม้สักวินาทีที่จะปล่อยให้เธอหลุดไปจากสายตาของผม ดูเอาเถอะ ขนาดนั่งอยู่ตามลำพังในห้อง เธอก็ยังนั่งอย่างเรียบร้อยเข่าชิดกันแน่นจนแม้กระทั่งขาอ่อนของเธอผมก็ไม่เห็น เธอนั่งได้เพียงชั่วครู่ก็เริ่มมีกิริยาอาการกระสับกระส่ายด้วยความกระวนกระวาย แต่ไม่นานก็เริ่มนิ่งลงเหมือนกับควบคุมตัวเองได้ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมา แล้วก็มาหยุดที่หน้ากระจก เธอยื่นหน้าเข้ามาจนใกล้…สำรวจใบหน้าตนเอง…โธ่เอ๊ย..ขนาดนี้แล้วยังห่วงสวยผมดูอยู่สักครู่ก็อดไม่ได้ที่จะลุกออกไปทีหน้ากระจกเช่นเดียวกัน หน้าของเราห่างกันแค่กระจกกั้น…แต่เธอไม่รู้ผมจ้องเขม็งไปที่ใบหน้างาม… สองปีแล้วที่ผมไม่ได้เห็นเธอเลย เธอเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปจนกระทั่งแวบแรกที่เห็นผมถึงกับนึกว่าเธอเป็นคนที่ผมฝันถึงมาตลอดทุกวันทุกคืน เรือนผมของเธอดำเป็นเงา เมื่อสองปีก่อนมันเคยถูกซอยไว้สั้น บัดนี้ถูกปล่อยให้ยาวตรงจนถึงแผ่นหลัง สลัดคราบความเป็นเด็กนักเรียนทิ้งไปอย่างไม่เหลือเค้า ใบหน้าที่เคยงดงามน่ารักตามธรรมชาติ ถูกตกแต่งทาแป้งจนเห็นเป็นสีขาวอมชมพู นวลเนียนไปทั้งใบหน้า ปากแดงระเรื่อชุ่มฉ่ำ ตาลงอายชาโดว์ไว้อย่างมีเสน่ห์ เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ สาวขึ้น… สวยขึ้น.. แต่ถึงจะเปลี่ยนยังไงผมก็จำเธอได้ ผมจะลืมเธอได้ยังไง… นี่คือใบหน้าของคนที่ทำให้ผมต้องระเห็จออกจากบ้านหลังนั้น และทำให้ชีวิตต้องเปลี่ยนไปแบบไม่หวนกลับคุณหนูเล็ก!!!ภาพความหลังเมื่อครั้งอดีตผลุดขึ้นในหัวผมเป็นฉากๆ พร้อมกับความแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ผมจะตอบแทนเธอให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำกับผม ผมจะไม่ทำร้ายเธอหรอก ผมไม่ทำร้ายร่างกายผู้หญิง…แต่ผมจะทำให้เธอเจ็บช้ำ อับอาย อับอายที่สุดในชีวิต.. มือของผมกำแน่น!“รู้จักเธอหรือคะนาย”เสียงเจื้อยแจ้วของผู้หญิงดังขึ้น ปลุกผมขึ้นจากภวังค์”มึงอย่าเสือก” ผมบอกเสียงหนักๆ”แหม ดุเมย์อีแล้ว..นายเนี่ย” อีเมย์ทำเป็นอ้อนแล้วเดินมาโอบรอบคอผม กลิ่นน้ำหอมฟุ้งไปหมด อีเมย์เป็นเลขาผมเอง อดีตของมันไม่ธรรมดา เป็นนักบริหารสาวมือฉกาจคนหนึ่ง แต่เสือกติดพนันงอมแงม พอเล่นเสียจนติดหนี้นุงนังแล้วเบี้ยว ผมเลยให้ลูกน้องจับตัวมา ตอนแรกก็จะให้มันขายหอย แต่เห็นมันเก่ง คล่อง แถมหน้าตาเซ็กส์ดี เลยเปลี่ยนใจให้มันเป็นเลขาผม เป็นทั้งมือขวาเป็นทั้งเมีย ตอนแรกแม่งก็ไม่ยอม ผมก็เลยให้มันเลือกระหว่างโดนผมเย็ดคนเดียว กับให้ลูกน้องรุมเย็ด มันเลยยอม ผมให้อำนาจมันมาก เรียกว่ารองจากผมคนเดียว ไปๆมาๆ มันติดใจ เพราะสันดานแท้ๆของมันเป็นพวกชอบอวดอำนาจข่มคนอื่น ซึ่งถ้าอยู่ข้างนอกก็ไม่มีทางที่มันจะทำได้แบบในนี้ ผมเองยอมรับว่าตั้งแต่มีอีนี่เป็นผู้ช่วยนี่แบ่งเบาภาระผมไปมาก เพราะมันมืออาชีพบริหารงานเก่ง”สวยดีนะ” เลขาผมพูด ตาจ้องมองไปที่คุณหนูเล็ก”สวยมาก” ผมพึมพำ”ทำไมไม่นอนกับเธอเลยล่ะนาย” มันยุ”ยังไม่ถึงเวลา…กูอยากเล่นกับมันก่อน””โอ๊ะ..น่าตื่นเต้นจัง ให้เมย์ดูด้วยนะนาย””มึงเอาผ้าไปผูกตามัน แล้วเอากุญแจสวมมือไว้””ได้เลยนาย” อีเมย์รับ น้ำเสียงมันตื่นเต้นมาก…แน่ละ..ทำไมมันจะไม่ตื่นเต้นล่ะ…ก็อีนี่มันซาดิสม์ ชอบดูเด็กใหม่โดนเปิดบริสุทธิ์!

Comments are closed.